เดเอฟเบโพคาลเปิดทางให้แชมป์ภูมิภาค

เดเอฟเบโพคาล เปิดทางให้แชมป์ภูมิภาคท้าทีมบุนเดสลีกาได้อย่างไร เมื่อทุกอย่างตัดสินในเกมเดียว?

เดเอฟเบโพคาล เชื่อมฟุตบอลระดับสูงกับแชมป์ถ้วยจาก 21 สมาคมภูมิภาคภายในสาย 64 ทีม ทำให้สโมสรซึ่งไม่ได้อยู่ในสองลีกสูงสุดยังมีเส้นทางเข้าสู่เกมระดับประเทศโดยตรง

ช่องว่างด้านงบประมาณและคุณภาพผู้เล่นไม่ได้หายไป แต่ระบบเกมเดียวกับสิทธิ์เจ้าบ้านของทีม Amateur ทำให้ทีมรองต้องรักษาความได้เปรียบหรือสกอร์เพียงคืนเดียว แทนการทำผลงานเหนือคู่แข่งตลอดสองนัดหรือทั้งฤดูกาล

สำหรับแชมป์ Landespokal การจับพบทีม Bundesliga อาจเปลี่ยนฤดูกาลผ่านรายได้ ผู้ชม การถ่ายทอด และการรับรู้ของเมือง แม้สุดท้ายไม่ได้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไป

DFB-Pokal ชายมี 64 สโมสรในรอบแรก ประกอบด้วยทีมจาก Bundesliga และ 2. Bundesliga ฤดูกาลก่อน แชมป์ Landespokal จาก 21 สมาคม สี่อันดับแรกจาก 3. Liga และสิทธิ์เพิ่มเติมสำหรับสมาคมภูมิภาคตามเกณฑ์จำนวนทีมชาย การแข่งขันจาก 64 ทีมถึงแชมป์ต้องใช้ทั้งหมด 63 นัดภายใต้ระบบแพ้คัดออก

ฤดูกาล 2026/27 เริ่มรอบแรกระหว่างวันที่ 21–24 สิงหาคม โดยอีกสองคู่เลื่อนไปวันที่ 1–2 กันยายนเพราะชนกับ Franz Beckenbauer Supercup ก่อนเดินทางผ่านรอบสอง รอบ 16 ทีม รอบก่อนรองและรอบรอง จนถึงนัดชิงที่เบอร์ลินวันที่ 29 พฤษภาคม 2027

Landespokal หรือผลงานลีก
→ 64 ทีมในรอบแรก
→ Single-Leg Knockout
→ รอบ 16 ทีม
→ รอบก่อนรอง
→ รอบรอง
→ นัดชิงที่เบอร์ลิน

เดเอฟเบโพคาล คือการแข่งขันแบบใด และเหตุใดประวัติศาสตร์เพียงอย่างเดียวยังอธิบายรายการนี้ไม่พอ?

เดเอฟเบโพคาล เป็นการแข่งขันฟุตบอลสโมสรชายระดับประเทศแบบน็อกเอาต์ของเยอรมนี จัดโดย Deutscher Fußball-Bund หรือ DFB ปลายทางคือการหาแชมป์จาก 64 สโมสรผ่านเกมแพ้คัดออกทุกช่วง

ประเด็น

คำอธิบาย

ชื่อ DFB-Pokal
ผู้จัด Deutscher Fußball-Bund
จุดเริ่มการแข่งขันระดับประเทศ ปี 1935
แชมป์ครั้งแรก 1. FC Nürnberg
ผู้เข้าร่วม 64 สโมสร
รูปแบบ เกมเดียวทุกคู่จนถึงนัดชิง

การแข่งขันถ้วยระดับประเทศครั้งแรกจัดในปี 1935 ภายใต้ชื่อ Tschammer-Pokal โดย 1. FC Nürnberg เป็นผู้ชนะครั้งแรก ก่อนการแข่งขันจะพัฒนาเป็น DFB-Pokal ในยุคหลังสงคราม

อย่างไรก็ตาม อายุของถ้วยไม่ใช่คำอธิบายหลักของรูปแบบปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้รายการมีลักษณะเฉพาะคือการนำสโมสรอาชีพจากลีกระดับบนมาอยู่ในเส้นทางเดียวกับตัวแทน Landespokal การจับสลากแบบสองโถ และสิทธิ์เจ้าบ้านของทีมที่อยู่ในสถานะ Amateur ตามกฎการแข่งขัน ข้อมูลการแข่งขัน ข่าว และเอกสารของผู้จัดสามารถตรวจเพิ่มเติมจาก หน้าทางการ DFB-Pokal ของ DFB

บทความนี้จึงเน้นโครงสร้างผู้เข้าร่วม เส้นทางจากฟุตบอลภูมิภาค การจับสลาก สิทธิ์สนาม โปรแกรม รายได้ และผลจากการคว้าแชมป์ โดยไม่ย้อนอธิบายหลักทั่วไปของ บอลถ้วย ซ้ำอีกครั้ง

DFB-Pokal อยู่ตรงไหนในฤดูกาลฟุตบอลเยอรมัน?

DFB-Pokal ให้สโมสรคว้าแชมป์ผ่านเกมแพ้คัดออก ขณะที่ลีกใช้ความสม่ำเสมอจากคะแนนตลอดหลายเดือน ความแตกต่างนี้เปิดทางให้ทีมซึ่งไม่ได้แข่งขันเพื่อตำแหน่งแชมป์ลีกยังสามารถเปลี่ยนผลของฤดูกาลผ่านบอลถ้วยได้

Bundesliga / 2. Bundesliga / 3. Liga
→ แข่งขันเพื่ออันดับตลอดฤดูกาล

DFB-Pokal
→ ชนะเกมเดียว
→ ผ่านรอบ
→ จับคู่ใหม่
→ เดินหน้าสู่เบอร์ลิน

ทุกสโมสรจาก Bundesliga และ 2. Bundesliga ของฤดูกาลก่อนมีตำแหน่งใน DFB-Pokal รอบแรก พร้อมด้วยตัวแทนจาก 3. Liga และฟุตบอลระดับภูมิภาค ทำให้บอลถ้วยสร้างคู่แข่งขันซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้นในลีกฤดูกาลปกติ

หน้า บอลถ้วยในประเทศ รับผิดชอบบริบทของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยระดับชาติ ส่วนหน้านี้จำกัดอยู่ที่กลไกเฉพาะของระบบเยอรมัน

สำหรับทีมระดับสูง บอลถ้วยเพิ่มเกมเข้าไปในโปรแกรม Bundesliga และรายการ UEFA ส่วนทีมระดับล่างอาจต้องจัดการแข่งขันพร้อมกับงานหรือการเรียนของผู้เล่นบางส่วน ภาระจากเกมเดียวกันจึงไม่ได้มีความหมายเท่ากันในแต่ละองค์กร

ความสำเร็จในลีกกับถ้วยจึงไม่จำเป็นต้องเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน สโมสรสามารถมีฤดูกาลลีกต่ำกว่าเป้าหมายแต่ไปถึงเบอร์ลิน หรือทำผลงานลีกดีแต่ถูกตัดออกจากบอลถ้วยจากความผิดพลาดหนึ่งคืน

64 ทีมในรอบแรกมาจากลีกและการแข่งขันใดบ้าง?

64 ตำแหน่งไม่ได้มาจากเกณฑ์เดียวกัน บางทีมได้สิทธิ์จากสถานะในลีกอาชีพ บางทีมจากอันดับ 3. Liga และอีกส่วนต้องคว้า Landespokal ก่อนเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ

Participation Map

เส้นทาง

จำนวนพื้นฐาน

Bundesliga ฤดูกาลก่อน 18
2. Bundesliga ฤดูกาลก่อน 18
4 อันดับแรกของ 3. Liga 4
แชมป์ Landespokal จาก 21 สมาคม 21
สิทธิ์เพิ่มเติมให้สมาคมที่มีทีมชายมากที่สุด 3
รวม 64

สามตำแหน่งสุดท้ายมอบให้สมาคมภูมิภาคซึ่งมีจำนวนทีมชายในระบบมากที่สุดตามสถิติสมาชิกที่ DFB ใช้ และแต่ละสมาคมได้รับสิทธิ์เพิ่มได้สูงสุดหนึ่งแห่ง

หากตำแหน่งจาก 3. Liga หรือ Landespokal ตกกับทีมซึ่งไม่มีสิทธิ์ หรือสโมสรนั้นได้สิทธิ์ผ่านอีกช่องทางแล้ว กฎกำหนดวิธีเลื่อนสิทธิ์ไปยังทีมลำดับถัดไปแทน จึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนทีมจนเกิน 64

บริบทของสโมสรจากลีกสูงสุดสามารถอ่านต่อที่หน้า บุนเดสลีกา ส่วน DFB-Pokal ต้องอ่านจำนวนทีมดังกล่าวร่วมกับเส้นทางภูมิภาค เพราะเกือบครึ่งของสนามผู้เข้าร่วมไม่ได้มาจากสองลีกสูงสุดโดยตรง

จาก 64 สโมสร ระบบน็อกเอาต์สร้าง 32 คู่ในรอบแรก จากนั้นเหลือ 32, 16, 8, 4 และ 2 ทีมตามลำดับ จึงมีทั้งหมด 63 เกมจนได้ผู้ชนะหนึ่งสโมสร

Landespokal พาสโมสรจากฟุตบอลภูมิภาคเข้าสู่เวทีระดับประเทศได้อย่างไร?

Landespokal หรือ Verbandspokal เป็นการแข่งขันถ้วยของสมาคมภูมิภาค 21 แห่ง ผู้ชนะของแต่ละแห่งได้รับสิทธิ์ DFB-Pokal ทำให้สโมสรจากฟุตบอลระดับรัฐมีเส้นทางถึงการแข่งขันระดับประเทศโดยไม่จำเป็นต้องเลื่อนชั้นไป Bundesliga ก่อน

Regional-to-National Flow

การแข่งขันระดับสมาคมภูมิภาค
→ คว้า Landespokal
→ ได้สิทธิ์ DFB-Pokal
→ เข้ารอบแรก 64 ทีม
→ มีโอกาสจับพบทีม Bundesliga หรือ 2. Bundesliga

DFB ยังกำหนดว่าแต่ละสมาคมภูมิภาคต้องมีทีม Amateur เป็นตัวแทนอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ซึ่งทำให้สนามผู้เข้าร่วมไม่ถูกครอบครองโดยสโมสรจากสามลีกสูงสุดทั้งหมด

สำหรับสโมสรระดับภูมิภาค คุณค่าของการคว้า Landespokal จึงไม่ได้จบที่ถ้วยในพื้นที่ สิทธิ์รอบแรกสามารถสร้างเกมเหย้ากับสโมสรฐานแฟนขนาดใหญ่ ทำให้ต้องเตรียมสนาม การขายตั๋ว การรักษาความปลอดภัย และการทำงานกับสื่อในระดับที่ต่างจากเกมลีกปกติ

หากผ่านรอบแรกได้ ทีมยังได้รับโอกาสแข่งขันระดับประเทศต่อ โดยไม่ถูกส่งกลับเข้าสู่สายแยกสำหรับทีมระดับล่าง เมื่อเริ่ม DFB-Pokal แล้วทุกทีมเดินอยู่ในรายการเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม Landespokal ไม่ใช่เส้นทางง่าย สโมสรต้องคว้าถ้วยของภูมิภาคตัวเองก่อน และการแข่งขันแต่ละสมาคมมีจำนวนผู้เข้าร่วมกับโครงสร้างต่างกัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบความยากจากชื่อรอบเพียงอย่างเดียว

เหตุใดทีมสำรองและสองทีมจากสโมสรเดียวกันจึงลงแข่งขันพร้อมกันไม่ได้?

ทีมสำรองของสโมสรอาชีพไม่มีสิทธิ์ลง DFB-Pokal และสโมสรหรือนิติบุคคลเดียวกันไม่สามารถส่งสองทีมเข้าการแข่งขันเดียวกัน กฎนี้รักษาความเป็นอิสระของคู่แข่งขันในสายระดับประเทศ

Eligibility Scenario

ได้สิทธิ์จากผลงาน
→ ตรวจสถานะทีม
→ เป็น Reserve Team หรือมีทีมจากองค์กรเดียวกันอยู่แล้วหรือไม่
→ มีสิทธิ์ = เข้าร่วม
→ ไม่มีสิทธิ์ = เลื่อนตำแหน่งให้ทีมที่ผ่านเกณฑ์ถัดไป

หากผู้ชนะ Landespokal เป็นทีมสำรองของสโมสรอาชีพ หรือเป็นสโมสรซึ่งมีทีมได้สิทธิ์ DFB-Pokal อยู่แล้ว ตำแหน่งจะเลื่อนไปยังทีมที่มีสิทธิ์ลำดับถัดไปจากการแข่งขันระดับภูมิภาค

หลักเดียวกันถูกใช้กับสี่อันดับแรกของ 3. Liga หากตำแหน่งดังกล่าวเป็นทีมสำรอง หรือสโมสรได้สิทธิ์ผ่าน Landespokal แล้ว DFB จะเลื่อนสิทธิ์ตามลำดับที่ข้อกำหนดวางไว้

คำถามว่า ทีม B เล่นบอลถ้วยเยอรมันได้ไหม จึงตอบว่าไม่มีสิทธิ์ใน DFB-Pokal ชาย แม้ทีมสำรองจะทำอันดับถึงตำแหน่งซึ่งตามปกติให้ตั๋วผ่าน 3. Liga ก็ตาม

เหตุใดการจับสลากรอบแรกต้องแบ่งเป็นสองโถ?

เหตุใดการจับสลากเดเอฟเบโพคาลรอบแรก

รอบแรกแยกทีมเป็น Professional Pot กับ Amateur Pot เพื่อสร้างการจับคู่ข้ามสถานะโดยตรง ทีมจากโถ Amateur ถูกจับก่อนและได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าบ้าน จากนั้นจึงจับทีม Bundesliga หรือ 2. Bundesliga มาเป็นคู่

Two-Pot Draw

Amateur Pot
↓ จับทีมแรก

Professional Pot
↓ จับคู่

→ ทีมจาก Amateur Pot เป็นเจ้าบ้าน

Professional Pot ประกอบด้วยทีม Bundesliga และ 2. Bundesliga ตามสถานะของฤดูกาลที่จะเล่น โดยมีข้อยกเว้นบางทีมใน 2. Bundesliga ซึ่งถูกจัดไป Amateur Pot ตามกฎ

ระบบนี้ทำให้รอบแรกไม่ได้เปิดโอกาสให้ทีม Bundesliga จับพบกันเองทุกคู่ เพราะทีมจากกลุ่ม Amateur ถูกจับให้เจอฝั่ง Professional จนกว่าสถานการณ์ของจำนวนทีมในโถจะเปลี่ยน

ผลอีกด้านคือเกมระดับประเทศจำนวนมากถูกพาไปยังสนามของสโมสรขนาดเล็กกว่า รายได้วันแข่งขันและความสนใจจึงสามารถกระจายออกจากเมืองของ Bundesliga แทนที่จะให้ทีมรองเดินทางไปสนามใหญ่ทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระบบสองโถไม่ใช่ Seeding แบบ UEFA ซึ่งใช้ค่าสัมประสิทธิ์เพื่อแบ่งระดับคุณภาพ จุดประสงค์ของ DFB-Pokal รอบแรกคือแยกสถานะการแข่งขันและกำหนดสิทธิ์เจ้าบ้านตามโครงสร้างของถ้วย

คำว่า Amateur Pot เหตุใดจึงไม่ได้หมายถึงทีมสมัครเล่นทั้งหมด?

คำว่า Amateur Pot เป็นสถานะสำหรับการจับสลาก ไม่ใช่คำอธิบายโมเดลธุรกิจหรือสัญญานักฟุตบอลของทุกสโมสรในโถนั้น ทีมอาชีพบางแห่งจาก 2. Bundesliga ก็สามารถอยู่ใน Amateur Pot ตามกฎ DFB-Pokal

กฎรอบแรกนำทีมซึ่งเพิ่งเลื่อนขึ้น 2. Bundesliga และทีมอันดับ 15 ของ 2. Bundesliga ฤดูกาลก่อนเข้า Amateur Pot แม้สถานะจริงในฤดูกาลใหม่จะเป็นสโมสรลีกอาชีพ

หากทีมอันดับ 16 ของ 2. Bundesliga ฤดูกาลก่อนชนะ Relegation และรักษาสถานะในลีกไว้ สโมสรดังกล่าวก็ถูกจัดเข้า Amateur Pot สำหรับการจับสลากภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

คำที่ใช้

หมายถึง

Amateur Pot กลุ่มจับสลากตามกฎ DFB-Pokal
Amateur Club สถานะของสโมสรในระบบฟุตบอล
Professional Pot กลุ่ม Bundesliga/2. Bundesliga ตามข้อกำหนด
Home Right สิทธิ์สนามซึ่งเกิดจากสถานะการจับสลาก

ดังนั้นการเห็นทีม 2. Bundesliga อยู่ใน Amateur Pot ไม่ได้หมายความว่าสโมสรเปลี่ยนเป็นทีมสมัครเล่น แต่หมายถึงได้รับการปฏิบัติแบบกลุ่ม Amateur สำหรับการจับคู่และสิทธิ์เจ้าบ้านในรอบนั้น

สิทธิ์เจ้าบ้านของทีมระดับล่างใช้ถึงรอบใด?

สิทธิ์เจ้าบ้านของทีม Amateur ไม่ได้จบหลังรอบแรก ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบรอง หากทีม Amateur พบสโมสร Bundesliga หรือ 2. Bundesliga กฎยังให้ทีม Amateur เล่นในบ้านตามเงื่อนไขของแต่ละช่วง

รอบ

วิธีจับสลาก

สิทธิ์เจ้าบ้าน

รอบแรก สองโถ Amateur ถูกจับก่อนและเป็นเจ้าบ้าน
รอบสอง สองโถ Amateur ถูกจับก่อนและเป็นเจ้าบ้าน
รอบ 16 ทีม โถเดียว หาก Amateur พบทีมอาชีพ Amateur ได้บ้าน
รอบก่อนรอง โถเดียว หลักเดียวกัน
รอบรอง โถเดียว Amateur ยังได้บ้านเมื่อพบทีมอาชีพ
นัดชิง สนามที่ DFB กำหนด ไม่มี Home Right แบบรอบก่อนหน้า

หากในรอบสองโถหนึ่งไม่มีทีมเหลือ ผู้เข้าร่วมในอีกโถจะถูกจับพบกันเอง และทีมที่ถูกจับออกมาก่อนเป็นเจ้าบ้าน

ตั้งแต่รอบ 16 ทีมถึงรอบรองใช้โถเดียว แต่ DFB ยังคงข้อยกเว้นด้านสนาม หากคู่หนึ่งเป็นทีมจาก Bundesliga หรือ 2. Bundesliga พบทีม Amateur ฝ่าย Amateur ได้เป็นเจ้าบ้าน ไม่ว่าลำดับการจับจะเป็นอย่างไร

ความได้เปรียบดังกล่าวมีมากกว่าเสียงเชียร์ สโมสรระดับล่างลดภาระเดินทาง ใช้ห้องแต่งตัว พื้นสนาม และกิจวัตรเดิม ขณะที่ทีมเยือนต้องปรับสภาพแวดล้อมและอาจพบสนามซึ่งมีขนาดหรือบรรยากาศแตกต่างจากลีกที่คุ้นเคย

ด้านรายได้ก็มีผล เกมใหญ่ในบ้านสามารถเพิ่มยอดผู้ชม การขายอาหาร สินค้าสโมสร และความสนใจจากผู้สนับสนุนท้องถิ่น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ลบความแตกต่างด้านความเร็ว ขุมกำลัง และคุณภาพรายบุคคลเมื่อบอลเริ่มเล่น

เมื่อทุกคู่เล่นเกมเดียว ทีมต้องจัดการความเสี่ยงต่างจากฟุตบอลเหย้า–เยือนอย่างไร?

DFB-Pokal ใช้ Single-Leg Knockout ทุกคู่ ไม่มีเลกกลับ หากเสมอหลัง 90 นาทีจะต่อเวลา 2 ช่วง ช่วงละ 15 นาที และหากยังเสมอจึงยิงจุดโทษ

Match Decision Flow

90 นาที
→ มีผู้ชนะ = ผ่านรอบ
→ เสมอ = Extra Time 2 × 15 นาที
→ ยังเสมอ = Penalty Shoot-out

ระบบนี้ทำให้ประตูแรกมีน้ำหนักสูงกว่าการแข่งขันเหย้า–เยือน เพราะฝ่ายที่ตามไม่มีเกมในอนาคตสำหรับค่อย ๆ แก้สกอร์ การเพิ่มความเสี่ยงอาจต้องเริ่มภายในคืนเดียว

ทีมระดับรองจึงสามารถออกแบบเกมเพื่อลดจำนวนเหตุการณ์ เช่น รักษาระยะระหว่างแนว ปิดพื้นที่กลาง ทำให้คู่แข่งต้องเปิดบอล และพยายามรักษา 0–0 หรือความต่างหนึ่งประตูจนถึงช่วงท้าย

ด้านทีมเต็ง หากปล่อยให้เกมอยู่ในภาวะสูสีจนเหลือ 10–15 นาที ความได้เปรียบด้านคุณภาพตลอดฤดูกาลจะมีเวลาทำงานลดลง เหตุการณ์อย่าง Set Piece หรือการเสียบอลหนึ่งครั้งจึงเพิ่มน้ำหนัก

การเปลี่ยนตัวก็ต้องเผื่อความเป็นไปได้ของ 120 นาที สโมสรที่ใช้ผู้เล่นสำรองทั้งหมดเพื่อเร่งหาประตูก่อนนาที 90 อาจเหลือทางเลือกจำกัดหากเกมเข้าสู่ต่อเวลา

การพยายามพาเกมไปจุดโทษไม่ใช่เส้นทางปลอดภัย ทีมต้องรับแรงกดดันต่อเนื่องก่อนถึงจุดนั้น และ Penalty Shoot-out เองยังมีความไม่แน่นอนสูงจากผู้ยิง ผู้รักษาประตู และสภาพจิตใจของนักเตะแต่ละคน

ทีมระดับล่างสร้าง Pokalsensation ได้อย่างไร โดยไม่ต้องเหนือกว่าตลอด 90 นาที?

ทีมรองไม่จำเป็นต้องครองบอลมากกว่า แต่ต้องควบคุมว่าสถานการณ์อันตรายเกิดที่ไหนและบ่อยเพียงใด การรักษาเกมให้อยู่ในระยะที่ประตูหนึ่งลูกยังเปลี่ยนผู้ผ่านเข้ารอบได้คือเงื่อนไขพื้นฐานของ Pokalsensation ในระบบเกมเดียว

สิ่งที่ทีมรองวางแผนได้

สิ่งที่ควบคุมได้จำกัด

ข้อได้เปรียบของทีมใหญ่

ปิดพื้นที่กลาง ลูกแฉลบ คุณภาพรายบุคคล
เตรียม Set Piece ใบแดง ความเร็วการเล่น
ชนะบอลจังหวะสอง การบาดเจ็บระหว่างเกม ตัวเลือกม้านั่งสำรอง
ลด Turnover หน้าเขตโทษ ความผิดพลาดเฉพาะคน ประสบการณ์เกมระดับสูง
ใช้ความคุ้นเคยสนาม การเซฟเหนือค่าเฉลี่ย ความสามารถสร้างโอกาสซ้ำ
มีทางออกหลังแย่งบอล สภาพอากาศเฉพาะวัน ความลึกของทีม

ทีมระดับล่างอาจป้องกันตรงกลางให้แน่นแล้วบังคับคู่แข่งไปริมเส้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกทีมต้องตั้งรับลึก วิธีที่เหมาะขึ้นกับผู้เล่น สนาม และคุณสมบัติของคู่แข่ง

หากทีมรองมีผู้เล่นเพรสดี การกดดันแนวหลังของทีมซึ่งหมุนผู้เล่นหลายตำแหน่งอาจสร้างโอกาสจากการประสานงานที่ยังไม่ลงตัว อีกทีมอาจเหมาะกับการตั้งรับกลางสนามและใช้บอลยาวไปยังพื้นที่หลังแบ็กมากกว่า

Set Piece ลดความจำเป็นต้องสร้างการครองบอลยาวหลายจังหวะ แต่ทีมยังต้องเตรียมตำแหน่งหลังลูกนิ่ง หากบอลถูกสกัดและคู่แข่งสวนกลับ

ประตูแรกเปลี่ยนโจทย์ทันที หากทีมรองขึ้นนำ ฝ่ายเต็งต้องเพิ่มคนในแดนหน้าและอาจเปิดพื้นที่ แต่หากทีมใหญ่ยิงก่อน เกมอาจบังคับให้ทีมรองออกจากโครงสร้างซึ่งเตรียมมา

คำว่า Pokalschreck หรือ Pokalsensation จึงอธิบายผลได้ แต่การวิเคราะห์ต้องแยกว่าทีมสร้างเงื่อนไขใดเอง และส่วนไหนเป็นเหตุการณ์ซึ่งเกิดซ้ำได้ยาก

ปฏิทิน DFB-Pokal 2026/27 แทรกอยู่ตรงไหนของฤดูกาล?

ปฏิทิน dfb pokal 2026

ฤดูกาล 2026/27 กระจายบอลถ้วยตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงปลายพฤษภาคม รอบแรกเกิดใกล้ช่วงเริ่มฤดูกาล ส่วนรอบรองอยู่ในโค้งสุดท้ายของลีก ก่อนนัดชิงหนึ่งสัปดาห์หลัง Bundesliga และ 3. Liga จบฤดูกาลปกติ

Season Timeline

รอบ

กรอบวันฤดูกาล 2026/27

รอบแรก 21–24 สิงหาคม และ 1–2 กันยายน 2026
รอบสอง 27–28 ตุลาคม
รอบ 16 ทีม 1–2 ธันวาคม
รอบก่อนรอง 2–3 และ 9–10 กุมภาพันธ์ 2027
รอบรอง 20–21 เมษายน
นัดชิง 29 พฤษภาคม

Bundesliga ปี 2026/27 เริ่มวันที่ 28 สิงหาคม ขณะที่ 2. Bundesliga และ 3. Liga เริ่มวันที่ 7 สิงหาคม นั่นหมายความว่าทีม Bundesliga หลายแห่งลง DFB-Pokal ก่อนเกมลีกนัดแรก ส่วนสโมสรจากสองลีกถัดลงมาได้ผ่านการแข่งขันจริงมาแล้วก่อนรอบแรก

ความพร้อมจึงไม่ได้เท่ากัน ทีม Bundesliga อาจสดกว่าแต่ยังไม่มี Match Rhythm ส่วนทีมจาก 3. Liga อาจมีความสัมพันธ์ในเกมจริงมากกว่า แต่สะสมภาระเพิ่มแล้ว

รอบ 16 ทีมต้นเดือนธันวาคมอยู่ก่อน Winter Break ขณะที่รอบก่อนรองเดือนกุมภาพันธ์เกิดหลังลีกกลับมาแข่งขันไม่นาน ทีมที่เล่นรายการ UEFA ยังต้องจัดเกมยุโรปและการเดินทางร่วมกับบอลถ้วยภายในประเทศ

รอบรองวันที่ 20–21 เมษายนเกิดในช่วงลุ้นแชมป์ เลื่อนชั้น หรือหนีตกชั้นของหลายสโมสร การใช้ผู้เล่นหลักจึงต้องอ่านพร้อมสถานการณ์ลีก ไม่ใช่มอง DFB-Pokal แยกจากโปรแกรมทั้งหมด

เหตุใดวันและเวลาแข่งขันจึงประกาศหลังการจับสลากระยะหนึ่ง?

กรอบวันของแต่ละรอบถูกวางไว้ล่วงหน้า แต่เวลาของคู่แข่งขันต้องรอข้อมูลจากสโมสร หน่วยงานความปลอดภัย ZIS ตารางลีก ตารางฟุตบอลยุโรป และผู้ถ่ายทอดก่อน DFB จึงสามารถประกาศโปรแกรมแบบเจาะจงได้

Scheduling Flow

กำหนดกรอบวันของรอบ
→ จับสลาก
→ สโมสรส่งข้อจำกัด
→ ตรวจความปลอดภัยกับ ZIS
→ ตรวจ Bundesliga / UEFA
→ ประสานผู้ถ่ายทอด
→ ประกาศวันและเวลาแต่ละคู่

DFB อธิบายว่าหลังจับสลาก การจัดเวลาในรอบแรกอาจใช้เวลาถึงประมาณสองสัปดาห์ตามความซับซ้อนของเงื่อนไขที่ต้องประสาน

ความปลอดภัยเป็นข้อจำกัดที่ DFB ต้องปฏิบัติตาม เช่น บางเกมไม่ควรถูกจัดในวันเดียวกันเพราะกำลังเจ้าหน้าที่หรือการเดินทางของแฟนบอล ส่วน DFL ต้องเข้ามาประสานเพื่อไม่ให้โปรแกรมบอลถ้วยรบกวนโครงของ Bundesliga และรายการยุโรปเกินไป

ปี 2026/27 มี 30 คู่รอบแรกระหว่างวันที่ 21–24 สิงหาคม ส่วนอีกสองเกมเกิดวันที่ 1 และ 2 กันยายน เพราะสโมสรที่เกี่ยวข้องกับ Franz Beckenbauer Supercup ไม่สามารถเล่น DFB-Pokal ในช่วงหลักได้

การกำหนดเวลาแข่งขันจึงไม่ได้เกิดจากความนิยมทางโทรทัศน์อย่างเดียว แม้สิทธิ์ถ่ายทอดมีผล แต่ต้องทำงานร่วมกับความปลอดภัย การเดินทาง และโปรแกรมกีฬา

เหตุใด VAR จึงเริ่มใช้ตั้งแต่รอบ 16 ทีม ไม่ได้ใช้ตั้งแต่รอบแรก?

ฤดูกาลปัจจุบันใช้ VAR ตั้งแต่รอบ 16 ทีม ส่วนรอบแรกและรอบสองไม่มี VAR เนื่องจากจำนวนสนาม จำนวนเกม และทรัพยากรด้านระบบกับบุคลากรที่ต้องติดตั้งพร้อมกันสูงมาก

รอบ

VAR

รอบแรก ไม่ใช้
รอบสอง ไม่ใช้
รอบ 16 ทีม ใช้
รอบก่อนรอง ใช้
รอบรอง ใช้
นัดชิง ใช้

DFB อธิบายว่าสนามของสโมสรระดับล่างจำนวนมากไม่มีโครง VAR ติดตั้งถาวร หากใช้ตั้งแต่รอบแรกต้องพึ่งรถระบบเคลื่อนที่และบุคลากรจำนวนมากในช่วงที่มีเกมพร้อมกันถึง 32 คู่

การไม่มี VAR ไม่ได้หมายความว่ากติกาหรือมาตรฐานผู้ตัดสินเปลี่ยน แต่หมายถึงเหตุการณ์ซึ่งปกติสามารถส่งไปตรวจวิดีโอจะไม่มีชั้นตรวจสอบดังกล่าวในสองรอบแรก

ประเด็นนี้มีผลเมื่อทีม Bundesliga ไปเยือนสนามระดับล่าง เพราะผู้เล่นต้องเข้าใจว่ากระบวนการตัดสินของ DFB-Pokal ช่วงนั้นไม่เหมือนเกมลีกซึ่งมี VAR เป็นปกติ

เทคโนโลยีการแข่งขันเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจใหม่รายฤดูกาล โดยเฉพาะหากโครงสร้างสนามหรือทรัพยากรของผู้จัดเปลี่ยนในอนาคต

การหมุนทีมในบอลถ้วยเป็นการพักตัวจริง หรือเป็นบททดสอบโครงสร้างของสโมสร?

การหมุนทีมทำได้ทั้งเพื่อพักผู้เล่นและเพื่อใช้ความลึก แต่คุณภาพของ Rotation ควรวัดจากหน้าที่ซึ่งทีมยังรักษาได้ ไม่ใช่จำนวนตัวจริงซึ่งถูกเปลี่ยน

Selection Framework

ปัจจัย

คำถามก่อนเลือกทีม

วันพัก ผู้เล่นหลักฟื้นตัวจริงหรือยัง
คู่แข่ง ต้องรับมือคุณสมบัติใด
สนาม พื้นที่และสภาพแวดล้อมต่างจากลีกหรือไม่
Game State ต้องการผู้เล่นประเภทใดบนม้านั่ง
เกมถัดไป มีลีกหรือเกมยุโรปเมื่อใด
Functional Depth ใครรับช่วงหน้าที่ของตัวจริงได้

ทีมอาจพักเซ็นเตอร์ตัวจริงแต่ยังต้องมีคนซึ่งพาบอลผ่านแนวเพรส หากผู้รับช่วงถนัดเพียงป้องกันในกรอบ วิธีขึ้นเกมต้องเปลี่ยนตาม ไม่ใช่คาดว่าจะเล่นเหมือนเดิมทุกจุด

กองหน้าสำรองก็ไม่ควรถูกประเมินจากจำนวนประตูอย่างเดียว หากตัวหลักทำหน้าที่พักบอลและช่วยให้ทีมดันขึ้น ผู้เล่นใหม่ต้องมีทางอื่นให้ทีมออกจากแรงกดดันเมื่อเล่นเกมเยือน

สำหรับทีม Amateur ปัญหาอาจตรงข้ามกับสโมสร Bundesliga พวกเขาอาจไม่มีรายชื่อใหญ่พอสำหรับ Rotation และผู้เล่นบางคนต้องจัดเวลางานหรือการเรียนร่วมกับฟุตบอล ความพร้อมจึงไม่ได้เกิดจาก Recovery Center และทีมแพทย์เต็มเวลาแบบสโมสรอาชีพ

ทีมชุดผสมไม่ได้หมายถึงการไม่ให้ความสำคัญกับบอลถ้วยเสมอ สโมสรซึ่งเล่นสามรายการอาจต้องเปลี่ยนคนเพื่อรักษาคุณภาพในเดือนถัดไป แต่การหมุนแล้วโครงสร้างหายแสดงว่าความลึกของทีมยังอยู่ที่จำนวนคนมากกว่าหน้าที่

เงินจากการเข้ารอบมีความหมายต่อสโมสร Bundesliga และแชมป์ภูมิภาคเท่ากันหรือไม่?

ไม่เท่ากัน เงินจำนวนเดียวกันสามารถเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายรับประจำสำหรับสโมสร Bundesliga แต่มีสัดส่วนสูงต่องบทั้งปีของทีมระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินกระจายต้องกำกับฤดูกาลอย่างชัดเจน

ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2026 หน้าข้อมูล DFB ซึ่งอัปเดตปฏิทินเป็นฤดูกาล 2026/27 ยังแสดง Verteilungsschlüssel ของฤดูกาล 2025/26 สำหรับตัวเลขเงินกระจาย จึงควรใช้ยอดเหล่านี้เป็นกรณีอ้างอิงของปี 2025/26 ไม่ใช่ประกาศว่าเป็นยอด 2026/27

Prize Ladder ที่ DFB ระบุสำหรับปี 2025/26

ขั้น

เงินที่ DFB ระบุ

รอบแรก €211,886
รอบสอง €423,772
รอบ 16 ทีม €847,544
รอบก่อนรอง €1,695,088
รอบรอง €3,390,175
รองแชมป์ €2.88 ล้าน
แชมป์ €4.32 ล้าน

ตัวเลขในแต่ละรอบเป็นส่วนของระบบเงินกระจายการแข่งขัน และไม่ควรถูกนำไปรวมกับ Gate Revenue ผู้สนับสนุน การขายสินค้า หรือรายได้ท้องถิ่นโดยไม่แยกประเภท

สำหรับแชมป์ Landespokal การเข้าสู่รอบแรกเพียงครั้งเดียวอาจสร้างเงินซึ่งใช้กับสนาม ทีมงาน หรือการดำเนินงานหลายส่วน ขณะที่สโมสร Bundesliga มีฐานรายได้จากลีก ลิขสิทธิ์และการค้าในระดับที่ต่างกันมาก

การจับพบทีมฐานแฟนขนาดใหญ่ยังสามารถสร้างรายได้เกินกว่ากองเงินจาก DFB ผ่านวันแข่งขันและความสนใจจากผู้สนับสนุน แต่จำนวนจริงขึ้นกับสนาม ตั๋ว การจัดการแข่งขัน และเงื่อนไขของสโมสร

ก่อนเผยแพร่ยอดในบริบท DFB-Pokal 2026/27 จึงต้องตรวจว่าผู้จัดประกาศ Verteilungsschlüssel ฉบับใหม่แล้วหรือยัง ไม่ควรเปลี่ยนป้ายปีของตัวเลข 2025/26 เอง

เหตุใดคำว่า “Berlin, Berlin, wir fahren nach Berlin” จึงเป็นมากกว่าปลายทางของนัดชิง?

เบอร์ลินเป็นสถานที่ซึ่งเส้นทางของทีมจากสนามภูมิภาคและสนาม Bundesliga มาบรรจบกัน เพราะ Olympiastadion Berlin จัดนัดชิง DFB-Pokal ชายต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1985 และข้อตกลงล่าสุดรับรองการจัดที่นี่ถึงปี 2030

ฤดูกาล 2026/27 นัดชิงกำหนดวันที่ 29 พฤษภาคม 2027 หลังรอบรองวันที่ 20–21 เมษายน

Journey Contrast

สนาม Landespokal
→ รอบแรกที่สนามทีม Amateur
→ สนามสโมสรอาชีพหรือระดับล่างตามการจับสลาก
→ รอบรอง
→ Olympiastadion Berlin

วลี “Berlin, Berlin, wir fahren nach Berlin” จึงทำงานในฐานะภาพจำของเส้นทาง ไม่ได้หมายถึงเพียงเมืองเจ้าภาพ ทีมซึ่งเริ่มจาก Landespokal สามารถมองเห็นปลายทางเดียวกับสโมสร Bundesliga ตั้งแต่เกมแรก แม้ความน่าจะเป็นและทรัพยากรแตกต่างกัน

เมื่อเข้าสู่นัดชิง สิทธิ์เจ้าบ้านแบบทีม Amateur หายไป ทั้งสองฝ่ายเดินทางเข้าสู่สนามที่ DFB กำหนด และต้องจัดการตั๋ว โปรแกรมเดินทาง สื่อ และสภาพแวดล้อมของเกมระดับชาติแทนกิจวัตรสนามตัวเอง

รูปแบบยังคงเป็นเกมเดียว หากเสมอต้องต่อเวลาและอาจไปถึงจุดโทษเช่นเดียวกับรอบก่อนหน้า จึงไม่มีเลกสองให้ทีมที่เล่นไม่ดีในเบอร์ลินกลับไปแก้ที่สนามของตัวเอง

การเข้าชิงจึงเปลี่ยนทั้งบริบทการแข่งขันและการรับรู้ของสโมสร โดยเฉพาะทีมซึ่งไม่ได้เข้าสู่เกมระดับประเทศปลายฤดูกาลเป็นประจำ

แชมป์ DFB-Pokal ได้อะไรนอกเหนือจากถ้วยรางวัล?

แชมป์ได้รับสถานะผู้ชนะถ้วยระดับประเทศ รายรับสะสมจากเส้นทางการแข่งขัน และช่องทางสู่ UEFA Europa League ตามระบบสิทธิ์ของ UEFA กับสมาคมเยอรมัน แต่รอบเริ่มต้นของแชมป์ปี 2026/27 ต้องตรวจ Access List ฤดูกาล 2027/28 เมื่อประกาศแล้ว

ภายใต้กฎ UEFA ที่ใช้อยู่ ผู้ชนะบอลถ้วยหลักของสมาคมเป็นหนึ่งในช่องทางเข้าสู่ Europa League และหากแชมป์มีสิทธิ์รายการเดียวกันหรือรายการระดับสูงกว่าอยู่แล้ว การจัดสรรจะถูกปรับตามอันดับการแข่งขันภายในประเทศและ Access List ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดความสัมพันธ์ระหว่างแชมป์ DFB-Pokal กับโควตาฟุตบอลยุโรปสามารถตรวจจาก คำอธิบายการคัดเลือกฟุตบอลยุโรปของ Bundesliga 

Champion Consequence Flow

คว้า DFB-Pokal
→ ได้ถ้วยระดับประเทศ
→ รับเงินจากเส้นทางการแข่งขัน
→ เชื่อมกับโควตา Europa League
→ ตรวจ Access List + Club Licensing
→ เตรียมขุมกำลังสำหรับฤดูกาลใหม่

สิทธิ์ยุโรปเพิ่มความต้องการด้านขุมกำลัง สโมสรต้องรองรับเกมกลางสัปดาห์ การเดินทาง และระบบลงทะเบียน UEFA โดยเฉพาะทีมซึ่งเดิมวางทีมสำหรับการแข่งขันในประเทศเป็นหลัก

หากแชมป์เป็นสโมสรนอก Bundesliga ผลกระทบอาจสูงกว่า เพราะทีมต้องจัดทั้งการเลื่อนระดับภายในประเทศกับฟุตบอลยุโรปในเวลาเดียวกัน และสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนอาจต้องปรับให้ผ่านเกณฑ์ UEFA

แต่คุณค่าของแชมป์ไม่ควรถูกลดเหลือเพียงตั๋ว Europa League DFB-Pokal เป็นถ้วยระดับประเทศที่มีเส้นทางของตัวเอง และการคว้าแชมป์หมายถึงผ่านเกมน็อกเอาต์หกครั้งภายใต้สภาพคู่แข่งที่เปลี่ยนทุกช่วง

รายละเอียดว่าแชมป์ปี 2026/27 จะเริ่ม UEFA Europa League 2027/28 ที่รอบใด ยังไม่ควรระบุจนกว่า UEFA จะยืนยัน Access List ของ Edition นั้น

ควรประเมินความสำเร็จใน DFB-Pokal อย่างไร หากสโมสรไม่ได้ไปถึงเบอร์ลิน?

ความสำเร็จต้องวัดจากจุดเริ่มและทรัพยากร ไม่ใช่ใช้รอบที่ตกรอบเป็นคะแนนเดียว ทีมแชมป์ Landespokal ที่แพ้รอบแรกกับสโมสร Bundesliga อาจได้รับผลต่อองค์กรต่างจากทีม Bundesliga ซึ่งตกรอบเดียวกันอย่างชัดเจน

เกณฑ์

คำถามประเมิน

เส้นทางเข้าสู่รายการ มาจากลีกหรือคว้า Landespokal
ระดับคู่แข่ง พบทีมสูงกว่ากี่ระดับ
สนาม ได้จัดเกมระดับประเทศในชุมชนหรือไม่
ผลในเกม สร้างโอกาสและควบคุม Game State ได้เพียงใด
รายได้ เงินถูกนำไปใช้กับส่วนใดของสโมสร
ผู้เล่น ใครได้รับหน้าที่เพิ่มจากการแข่งขัน
ผลต่อลีก โปรแกรมถ้วยสร้างต้นทุนมากเพียงใด
หลังการแข่งขัน ผู้ชมและผู้สนับสนุนอยู่ต่อหรือไม่

ทีมระดับภูมิภาคซึ่งแพ้ 1–2 ต่อสโมสร Bundesliga อาจไม่ได้ผ่านรอบ แต่สามารถพิสูจน์ว่าระบบของตนรักษาเกมให้แข่งขันได้ พร้อมสร้างรายได้และผู้ชมซึ่งไม่เกิดจากเกมลีกทั่วไป

อีกด้านหนึ่ง สโมสร Bundesliga ที่มีขุมกำลังใหญ่และได้เปรียบด้านทรัพยากรอาจถูกประเมินว่าต่ำกว่าเป้าหมาย หากแพ้ในรอบแรก แม้ผลบน Bracket เขียนว่า “ตกรอบแรก” เหมือนกัน

Tournament Result ตอบเพียงว่าทีมผ่านหรือไม่ ส่วน Club Impact ตรวจว่าเกมสร้างเงิน ประสบการณ์ การมองเห็น หรือการพัฒนาผู้เล่นอะไรไว้หลังจากนั้น

Cupset ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นเกณฑ์เดียว ทีมรองที่ไม่ชนะยังสามารถทำให้เกมใหญ่เกิดในเมือง สร้างฐานผู้ชมใหม่ และทดสอบผู้เล่นกับความเร็วระดับสูงกว่า

สำหรับทีมที่ผ่านหลายรอบ ต้องพิจารณาต้นทุนด้วย บอลถ้วยสามารถเพิ่มเกมในช่วงลุ้นเลื่อนชั้นหรือหนีตกชั้น การไปไกลจึงอาจสร้างทั้งรายได้และภาระพร้อมกัน

ข้อมูล DFB-Pokal ส่วนใดต้องตรวจสอบใหม่ทุกฤดูกาล?

ข้อมูล dfb pokal

โครงหลักอย่าง 64 ทีม เส้นทาง Landespokal และ Single-Leg Knockout ค่อนข้างคงที่ในระบบปัจจุบัน แต่ผู้เข้าร่วม วันแข่งขัน เงินกระจาย เทคโนโลยี และสิทธิ์ยุโรปต้องตรวจใหม่ตาม Edition

ข้อมูลค่อนข้างคงที่

Seasonal Data

สนามผู้เข้าร่วม 64 ทีมในระบบปัจจุบัน รายชื่อ 64 สโมสร
แชมป์ Landespokal 21 แห่งมีเส้นทาง ทีมที่คว้า Landespokal จริง
ใช้เกมเดียว วันและเวลาของแต่ละคู่
รอบแรกใช้ Draw Pots องค์ประกอบของ Amateur Pot
Amateur มีสิทธิ์สนามตามกฎ สโมสรที่เข้าข่ายสถานะนั้น
เสมอแล้วต่อเวลาและจุดโทษ ข้อแก้ไขกฎประจำปี
Final อยู่เบอร์ลินตามข้อตกลงปัจจุบัน เวลาและการจัดตั๋ว
แชมป์เชื่อมกับ UEFA Access List ปีถัดไป

DFB เผยแพร่ Mode, Rahmentermine, Wettbewerbsinformationen และโปรแกรมหลังจับสลากแยกกัน จึงควรตรวจมากกว่าหนึ่งหน้าเมื่ออัปเดตบทความ

ปี 2026/27 แสดงตัวอย่างชัดเจนว่า Round Window กับ Match Date ไม่เหมือนกัน รอบแรกกำหนดช่วงหลัก 21–24 สิงหาคม แต่สองทีมที่เกี่ยวข้องกับ Supercup ลงแข่ง DFB-Pokal วันที่ 1–2 กันยายน

เงินก็ต้องแยกปีเช่นกัน ณ 7 สิงหาคม 2026 หน้า DFB ยังแสดงตัวเลข Verteilungsschlüssel ของปี 2025/26 จึงไม่ควรนำไปติดป้าย 2026/27 จนกว่าจะมีประกาศใหม่

VAR เริ่มรอบ 16 ทีมตามข้อมูลการแข่งขันที่เผยแพร่ในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนตามทรัพยากร สนาม และกฎในอนาคต

กฎบรรณาธิการจึงควรใช้ข้อความว่า “ใช้ในฤดูกาล 2026/27” หรือ “ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 7 สิงหาคม 2026” สำหรับข้อมูลซึ่งเปลี่ยนได้ แทนคำว่า “ปัจจุบัน” โดยไม่มีฐานเวลา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เดเอฟเบโพคาล

DFB-Pokal เริ่มแข่งขันปีใด?

การแข่งขันถ้วยระดับประเทศครั้งแรกเริ่มในปี 1935 โดย 1. FC Nürnberg เป็นผู้ชนะ Edition แรก

DFB-Pokal รอบแรกมีกี่ทีม และทีมได้สิทธิ์จากทางใด?

รอบแรกมี 64 สโมสร มาจาก Bundesliga และ 2. Bundesliga ฤดูกาลก่อน แชมป์ Landespokal 21 แห่ง สี่อันดับแรกของ 3. Liga และสิทธิ์เพิ่มเติมอีกสามแห่งตามเกณฑ์สมาคมภูมิภาค

Landespokal คืออะไร และเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับ DFB-Pokal?

Landespokal คือการแข่งขันถ้วยของสมาคมภูมิภาค โดยแชมป์จากทั้ง 21 สมาคมมีเส้นทางเข้าสู่ DFB-Pokal รอบแรก ทำให้ฟุตบอลระดับภูมิภาคเชื่อมกับการแข่งขันระดับประเทศ

ทีมระดับล่างได้เป็นเจ้าบ้านถึงรอบใด?

ตั้งแต่รอบแรกถึงรอบรอง หากทีมที่อยู่ในสถานะ Amateur พบสโมสร Bundesliga หรือ 2. Bundesliga ฝ่าย Amateur มีสิทธิ์เป็นเจ้าบ้านตามกฎ ส่วนรอบชิงจัดในสถานที่ที่ DFB กำหนด

แชมป์ DFB-Pokal ได้สิทธิ์ฟุตบอลยุโรปรายการใด?

ผู้ชนะบอลถ้วยหลักของเยอรมนีเชื่อมกับสิทธิ์ UEFA Europa League ตาม Access List ของ UEFA แต่หากแชมป์ได้สิทธิ์ยุโรปจากช่องทางอื่น การจัดสรรสามารถเปลี่ยนตามกฎของฤดูกาลนั้น

Disclaimer

บทความนี้อธิบายโครงสร้างและบริบทของ เดเอฟเบโพคาล ชายโดยสรุป ไม่ใช่ข้อบังคับอย่างเป็นทางการ ข้อมูลผู้เข้าร่วม สิทธิ์จาก 3. Liga และ Landespokal การแบ่งโถ สถานะ Amateur สิทธิ์สนาม ปฏิทิน VAR เงินกระจาย ผู้ถ่ายทอด และสิทธิ์ UEFA สามารถเปลี่ยนตามฤดูกาล จึงต้องตรวจจาก DFB, UEFA และสมาคมภูมิภาคก่อนเผยแพร่หรืออัปเดต

คำว่า Amateur ในบางส่วนของบทความเป็นสถานะตามกฎการจับสลาก DFB-Pokal ไม่ได้หมายความว่าทุกสโมสรในกลุ่มดำเนินงานแบบสมัครเล่น ชัยชนะหนึ่งเกมของทีมระดับล่างไม่สามารถใช้สรุปว่าช่องว่างด้านคุณภาพหรือการเงินระหว่างลีกหายไป และกรอบวิเคราะห์เรื่องเกมเดียว สนาม และขุมกำลังไม่ได้ใช้ทำนายผลการแข่งขัน